
- ราคาทองคำพุ่งแตะจุดสูงสุดใหม่
- ราคาทองคำทะลุ $3,800/ออนซ์ เป็นครั้งแรก โดยมีแรงหนุนจากความคาดหวังว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) อาจจะลดอัตราดอกเบี้ยในอนาคต และจากดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่า ซึ่งช่วยให้ทองคำดูน่าสนใจขึ้นในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย
- แรงซื้อจาก ETF และธนาคารกลางเป็นตัวหนุนหลัก
- รายงานจาก Deutsche Bank ชี้ว่า การถือครองทองคำผ่าน ETF และการซื้อทองโดยธนาคารกลาง (central banks) มีบทบาทสำคัญต่อการขับเคลื่อนราคา และประเมินเป้าราคาทองคำในระยะยาวได้สูงถึง ~$4,000
- โมเมนตัมและแนวโน้มทางเทคนิค / การวิเคราะห์ทางกราฟ
- แนวรับ / แนวต้านสำคัญถูกประเมินไว้ เช่น แนวรับราว $3,620 – $3,580 และแนวต้านที่ $3,670 – $3,700
- มีความเห็นว่าตอนนี้ราคาทองอาจอยู่ในช่วง “พักตัว / ทดสอบแนวรับ” หลังจากการปรับขึ้นแรง
- แม้ราคาจะพุ่งขึ้น แต่บางฝ่ายเตือนให้ระวังการ “เบรกเอาต์ไม่ยืนยัน” — เทรนด์ขาขึ้นอาจเจอแรงขายกลับในระยะสั้น
- การเคลื่อนย้ายสำรองเงิน (Forex Reserves) โดยใช้ทองคำ
- ธนาคารกลางอินเดีย (RBI) ได้เพิ่มการถือครองทองคำในสำรองเงินตราต่างประเทศ (Forex Reserves) แทนที่จะลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ เป็นแนวทางเพื่อกระจายความเสี่ยงจากดอลลาร์สหรัฐ
- มูลค่าทองคำในสำรองของอินเดียเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้มูลค่าทุนสำรองโดยรวมเพิ่มและเข้าใกล้จุดสูงสุดของปีที่แล้ว
- ปัจจัยเสี่ยง &ข้อจำกัดที่ต้องจับตา
- ดอลลาร์สหรัฐ: ถ้าดอลลาร์กลับมาแข็งค่า จะกดดันทองคำให้ยากขึ้น
- นโยบายอัตราดอกเบี้ยของ Fed / การส่งสัญญาณของ Powell: เป็นตัวแปรชี้นำสำคัญ
- นักลงทุนอาจเทขายทำกำไรเมื่อราคาปรับขึ้นเร็วเกินไป
- ข่าวเศรษฐกิจสหรัฐ เช่น ตัวเลขเงินเฟ้อ (PCE) หรือยอดจ้างงาน อาจพลิกเกม
คำชี้แจง (Disclaimer) : เนื้อหาข้างต้นเป็นเพียงมุมมองของผู้เขียนแต่เพียงผู้เดียว และไม่ได้แสดงหรือสะท้อนถึงจุดยืนอย่างเป็นทางการของ Followme แต่อย่างใด Followme ไม่รับผิดชอบต่อความถูกต้อง ความครบถ้วน หรือความน่าเชื่อถือของข้อมูลที่ปรากฏ และจะไม่รับผิดชอบต่อการดำเนินการใด ๆ ที่เกิดขึ้นจากเนื้อหานั้น เว้นแต่จะมีการระบุไว้เป็นลายลักษณ์อักษรอย่างชัดเจน
ชอบบทความนี้ไหม? แสดงความขอบคุณโดยการส่งทิปให้ผู้เขียน

เขียนข้อความของคุณตอนนี้